การให้ค่าตอบแทนการสมรสในประเทศลาว

การให้ค่าตอบแทนการสมรสในประเทศลาว

2.5.1 ประเทศลาว
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยชนชาติลาวสืบเชื้อสายจากชนเผ่าไทยที่ถูกบังคับให้ถอยร่นลงมาทางใต้จากมณฑลยูนานในจีนเมื่อ ศตวรรษที่ 13 ให้เข้ามาอยู่ในดินแดนของขอม ประมาณปี ค.ศ. 1353 ลาวสถาปนาอาณาจักรล้านช้าง ขึ้นในดินดินที่เป็นลาวปัจจุบัน ต่อมาในปี ค.ศ. 1700 จึงแยกออกเป็น 3 อาณาจักร คือ หลวงพระบาง เวียงจันทร์และจำปาสัก โดยไทยมีอิทธิพลเหนืออาณาจักรทั้งสามนี้ ในปี ค.ศ.1893 ไทยถูกบังคับให้ ให้ยอมให้ฝรั่งเศสปกครองเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ลาวเป็นอิสรภาพจาก การปกครองของฝรั่งเศส ลาวมีการปกครอบแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์โดยมีพรรคการเมืองเดียว คือ พรรคปฏิวัติประชาชนลาว
ในเรื่องของการนับถือศาสนานั้น ลาวให้เสรีภาพแก่ประชาชนในการนับถือ ศาสนา แต่ห้ามรวมกลุ่มศาสนาเพื่อต่อต้านรัฐบาลหรือระบบการปกครอง ประชากรมากกว่าร้อยละ 90 นับถือศาสนาพุทธ วิถีชีวิตส่วนใหญ่จึงดำเนินไปตามหลักพุทธศาสนาอันมีผลทำให้หลักการของ กฎหมายครอบครัว มีความคล้ายคลึงกับกฎหมายครอบครัวของไทยที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นพุทธมา มะกะเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ผลจากการที่ลาวอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสจึงทำให้หลัก กฎหมายครอบครัวของฝรั่งเศสเข้ามาเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในกฎหมายครอบครัวของลาวด้วย
การจัดงานแต่งแบบดั้งเดิมแบบหลวงพระบาง วันเวลาของการจัดงานแต่งงาน จะมีทั้งพิธีหมั้น ซึ่งก็ต้องดูวันเวลาตกฟากของทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวตามปฏิทินลาว ซึ่งในวันหมั้น เจ้าบ่าว ก็จะนำขันหมากไปยังบ้านเจ้าสาวเพื่อสู่ขอ ในขันหมากก็จะประกอบไปด้วย ทองคำเงินรูปพรรณ เงินตราสกุลต่างๆ และสิ่งของอันมีค่าตามที่พ่อแม่เจ้าสาวเรียกร้อง (ตามประเพณีเดิม ราคาตัวของ หญิงหรือสินสอด เรียกว่า ค่าดอง เมื่อพ่อแม่ของหญิงตกลงปลงใจแล้วจะต้องมาตีราคาของหญิงเป็น

เงิน การตีราคานั้นถือตามกฎระเบียบของบ้านเมือง ต่างจากในสมัยปัจจุบันเป็นเรื่องที่พ่อแม่ชาย และหญิงจะมาตกลงกัน) และวันนั้นก็จะมีพ่อ แม่ ญาติสนิทและเพื่อนฝูงของทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวมา พร้อมหน้าเพื่อเป็นสักขีพยาน ในการเตรียมงานสำหรับพิธีแต่ง ก็จะเริ่มต้นด้วยคนเฒ่าคนแก่ เตรียม ธูป เทียน พานพุ่มดอกไม้ทำจากใบตองเป็นชุดบายศรี ส่วนคนหนุ่มก็ตระเตรียมสถานที่ สาว ๆ ก็จะ เข้าครัวดูแลเรื่องอาหารการกิน บรรยากาศเหมือนงานบุญที่ล้วนต่างก็มาช่วยกัน อาหารก็จะประกอบ ไปด้วยอาทิ ลาบ คำพ้องเสียงกับ ลาภ ซึ่งหมายถึงความโชคดีมีโชคลาภนั่นเอง ปาเต้ตับหมูบดทานกับ ขนมปังสูตรของคนเก่าแก่ ฯลฯ รุ่งเช้าสำหรับวันแต่งงาน เจ้าสาวก็จะต้องตื่นแต่เช้ามืด เพื่อแต่งตัว ตามประเพณีลาว ก่อนเจ้าบ่าวจะเดินทางมาถึง เจ้าสาวก็จะทำการคารวะเคารพพ่อ แม่และครอบครัว ของตนตามพิธี ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูมา อีกทั้งยังมีพิธีการ มอบของมีค่าเช่น ทองคำให้กับพี่สาวอันเป็นการขอขมาที่ตนต้องแต่งงานก่อนพี่ ๆ ซึ่งตามประเพณี ลาวนั้นพี่คนโตพึงต้องแต่งงานก่อนน้อง ๆ และเมื่อได้ฤกษ์ดี เวลาอันเป็นมงคล ขบวนแห่ก็เริ่มขึ้นทาง คณะเจ้าบ่าวเดินทางมาบ้านเจ้าสาว ซึ่งเจ้าบ่าวก็จะพกดาบเงิน ถุงแพร รวมทั้งดอกไม้และธูปเทียน และมีเพื่อนเจ้าบ่าวซึ่งเป็นคนโสด ทำหน้าที่ถือร่มกางให้แก่เจ้าบ่าว เพื่อนญาติสนิทก็จะร้องรำทำเพลง พื้นเมืองตลอดเวลาแห่ขบวน เมื่อถึงบ้านเจ้าสาว ก็จะมีญาติผู้ใหญ่เพื่อนเจ้าสาว ใช้เข็มขัดทองกั้น ไม่ให้เข้าประตู เจ้าบ่าวต้องทำหน้าที่เจรจากับผู้เฝ้าทางเข้า เพื่อปล่อยให้ตนเข้าไปในบ้านเจ้าสาว การ เจรจาต่อรองมีการแจกซองใส่เงินให้แก่คนเฝ้าประตูและพยายามผ่านเข็มขัดทองที่ขวางอยู่นั้น
เมื่อฝ่าด่านเข้าไปแล้วก็จะต้องถอดรองเท้าเพื่อล้างเท้าด้วยดอกไม้หอมซึ่งจัดให้ โดยญาติที่อายุน้อยสุดของเจ้าสาว ก่อนจะก้าวเข้าสู่เรือนเจ้าสาว ณ จุดนี้เจ้าบ่าวจะแจกซองใส่เงิน ให้แก่ผู้ล้างเท้า เมื่อพิธีล้างเท้าเสร็จญาติผู้ใหญ่ของเจ้าสาวผู้ซึ่งได้ครองเรือนมายาวนานจะนำไปยังห้อง โถงเพื่อทำพิธีบายศรี และพร้อมหน้ากับเจ้าสาวที่นั่น โดยหมอพรจะเริ่มพิธีบทสวดที่มีความหมายสอน ให้คู่บ่าวสาวดำเนินชีวิตสมรสที่ปรองดองและเป็นสุข รวมทั้งเป็นการให้พรแก่คู่บ่าวสาวด้วย ซึ่งในพิธี คู่บ่าวสาวจะต้องกินไข่ พิธีบายศรีใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที เสร็จแล้วพ่อแม่และญาติทั้งหลายของ คู่บ่าวสาวจะผูกข้อมือให้ด้วยด้ายสีขาว เมื่อได้เวลาอันสมควร ญาติผู้ใหญ่ในพิธีบายศรีจะพาส่งเจ้าบ่าว และเจ้าสาวเข้าหอ ซึ่งหอหรือห้องนอนนั้น ถูกจัดขึ้นโดยพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ซึ่งมีชีวิตคู่ที่ราบรื่น ทำ

การจัดแต่งผ้าปูที่นอน มีการนำบายศรีไปให้คู่บ่าวสาวถึงห้องนอน ในห้องนอนนั้น พ่อแม่และญาติ ผู้ใหญ่จะให้พรและคำสอนในการดำรงชีวิตคู่ให้มีความสุขและรุ่งเรือง
การหมั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งลาว ปี พ.ศ.2470 ได้กำหนดการหมั้นไว้ โดย ฝ่ายชายจะเอาของหมั้นไปไว้กับฝ่ายหญิงเพื่อเป็นสิ่งผูกมัดว่าชายจะสมรสกับหญิง และมิให้หญิงที่เป็น คู่หมั้นสมรสกับบุคคลอื่น ในกรณีฝ่ายชายละเมิดการหมั้นทรัพย์สินที่เป็นของหมั้นต้องคืนแก่ฝ่ายชาย พร้อมถูกปรับ และชดใช้ความเสียหายที่มีขึ้นจนกระทั่งลาวได้มีการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วย ครอบครัว เลขที่ 07/90 โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 ธันวาคม 2533 เรื่องการหมั้นหรือที่ลาวเรียกว่า สู่ขอ ในเวลานั้นกฎหมายลาวได้มีการเปลี่ยนแปลงแนวทางเรื่องการหมั้นไปจากเดิมคือกฎหมาย เพียงแค่ให้ชายไปสู่ขอต่อบิดามารดา หรือญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงตามประเพณีก็เพียงพอ โดย กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องส่งของหมั้นให้แก่หญิง แต่หากในแง่ของประเพณีลาวการหมั้นหมายนั้นก็ ยังคงมีการนำทรัพย์สินไปมอบให้แก่ฝ่ายหญิงอยู่ดี กฎหมายครอบครัวลาวฉบับนี้ได้ใช้มาจนถึง พ.ศ. 2551 จึงได้มีการบังคับใช้กฎหมายครอบครัว (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งเป็นการพัฒนาแนวคิดของเรื่องการ หมั้นและสินสอดให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น
กฎหมายครอบครัวลาวได้มีการปรับปรุงใหม่ โดยสภาแห่งชาติฉบับที่ 05 / สพว บังคับใช้วันที่ 26 กรกฎาคม 2551 แบ่งออกเป็น 6 ภาค ได้แก่ ภาคที่ 1 บทบัญญัติทั่วไป ภาคที่ 2 การหมั้นหมาย การสู่ขอ และการแต่งงาน ภาคที่ 3 การสิ้นสุดการเป็นสามีภรรยา ภาคที่ 4 คุณสมบัติ ของคู่ผัวเมีย ภาค 5 สิทธิและพันธะของบิดามารดากับบุตร ภาคที่ 6 การใช้กฎหมายว่าด้วยครอบครัว ลาวต่อคนต่างประเทศ คนต่างด้าว คนไม่มีสัญชาติ และพลเมืองลาวที่อยู่ต่างประเทศ ภาคที่ 7 นโยบายต่อผู้มีผลงาน และมาตรการต่อผู้ละเมิด ภาคที่ 8 บทบัญญัติสุดท้าย
โดยในกฎหมายครอบครัว (ฉบับปรับปรุง) ได้มีการเพิ่มเติมเรื่องการอธิบาย คำศัพท์เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และได้แยกกรณีการหมั้นหมายออกมาให้ชัดเจน แยกออก จากเรื่องของการสู่ขอ อีกทั้งได้มีการแยกเรื่องของทรัพย์สินที่ประกอบการสมรสคือ ค่าดอง (สินสอด) และของหมั้น ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดังปรากฏตามบทบัญญัติต่อไปนี้

มาตรา 1/3 การอธิบายคำศัพท์
การหมั้นหมาย หมายถึง การตกลงระหว่างพ่อแม่, ญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิง และ ฝ่ายชาย โดยมีจุดประสงค์ผูกมัดให้คู่บ่าวสาวได้เป็นสามีภรรยากันในอนาคตด้วยการทำบันทึกร่วมกัน หรือโดยฝ่ายชายได้เอาวัตถุมีค่า เงิน ไปวางให้ฝ่ายหญิง
การสู่ขอ หมายถึง การตกลงระหว่างฝ่ายชายกับฝ่ายหญิง เพื่อให้คู่บ่าวสาวได้
เป็นสามีภรรยากัน
ค่าดองค้าง หมายถึง ค่าดองที่ยังไม่ได้จ่ายครบถ้วน ตามที่ได้ตกลงกันในเวลาสู่ขอ

มาตรา 6 ใหม่ การหมั้น
เมื่อคู่บ่าวสาว รักกัน แต่ยังไม่พร้อมจัดงานแต่งในเวลานั้น ทั้งสองฝ่าย ก็ทำ บันทึกตกลงเกี่ยวกับการหมั้นหมายตามประเพณี โดยฝ่ายชายจะนำเอาทรัพย์สิน วัตถุมีค่า นำไปฝาก ไว้ ที่ฝ่ายหญิง หรือไม่ฝากไว้ก็ได้

มาตรา 6/1 การสู่ขอ เมื่อคู่บ่าวสาวหากมีความรักใคร่และตกลงจะแต่งงานกันเป็นสามีภรรยากันแล้ว
ฝ่ายชายก็จะให้พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ไปสู่ขอนำพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงตามประเพณีเพื่อตกลง เกี่ยวกับค่าดองและพิธีแต่งงานตามความเหมาะสมและเงื่อนไขจริงของฝ่ายหญิงและชายโดยให้ทำบันทึกไว้อย่างถูกต้อง

มาตรา 7 (ปรับปรุง) การทดแทนค่าเสียหายเนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามการหมั้นหมายและการสู่ขอ ในกรณีมีการหมั้นหมายตามที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 6 ของกฎหมายฉบับนี้ ถ้า
หากฝ่ายชายละเมิดการหมั้นหมายโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอแล้วทรัพย์สิน วัตถุมีค่าที่ยังไม่ได้มอบตาม บทบันทึกนั้น ต้องได้นำมามอบแก่ฝ่ายหญิงหรือทรัพย์สิน วัตถุมีค่า ที่ได้มอบให้แล้วนั้นก็ให้ตกเป็น ของฝ่ายหญิง
ในกรณีที่ฝ่ายหญิงหากเป็นฝ่ายที่ละเมิดการหมั้นหมายโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ แล้วทรัพย์สิน วัตถุมีค่าที่ยังไม่ได้มอบตามบทบันทึกก็จะถือว่าตกไป สำหรับทรัพย์สิน วัตถุมีค่าที่ได้รับ จากฝ่ายชายแล้วนั้น ฝ่ายหญิงก็จะต้องส่งคืนให้แก่ฝ่ายชาย

ในกรณีที่มีความเสียหายต่อ เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ของฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชายหรือมี การใช้จ่ายเข้าในการตะเตรียมงานแต่งแล้ว ฝ่ายที่ไม่ปฏิบัติตามการสู่ขอโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอนั้น ก็ จะได้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายนั้น

มาตรา 7/1(ใหม่) ค่าดองที่ยังติดค้าง
ในกรณีที่มีการหย่าร้างกัน ค่าดองที่ฝ่ายชายยังไม่มอบให้ฝ่ายหญิงครบถ้วน ใน เวลาแต่งงานกันเป็นสามีภรรยานั้น ต้องนำมาปฏิบัติ ถ้าหากฝ่ายชายเป็นคนมีความผิด
ในกรณีที่ฝ่ายหญิงหากเป็นฝ่ายมีความผิด ค่าดองที่ยังติดค้างนั้นก็จะตกไป

มาตรา 8 (ปรับปรุง) การร่วมประเวณี ก่อนการเป็นสามีภรรยา เมื่อคู่รักได้ร่วมประเวณีกันก่อนการเป็นสามีภรรยา ถ้าหากฝ่ายชายไม่เอาฝ่าย
หญิงเป็นภรรยาแล้ว ฝ่ายชายจะต้องได้จ่ายค่าเสียหาย ค่าทำขวัญให้แก่ฝ่ายหญิง หรือครอบครัวของ ฝ่ายหญิง ตามจารีตประเพณี ในกรณีที่หญิงหากไม่เอาฝ่ายชายเป็นสามีก็จะไม่มีการจ่ายค่าเสียหาย หรือค่าทำขวัญแต่อย่างใด
ในกรณีที่มีการตั้งครรภ์ นอกจากจะได้เสียค่าทำขวัญ ฝ่ายชายจะต้องเสียค่า คลอดลูก ค่าอยู่ไฟและค่าใช้จ่ายอื่นๆเพิ่มเติม
ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม ฝ่ายชายมีพันธะเลี้ยงดูบุตรที่เกิดมานั้นจนกว่าเด็กจะถึง
เกษียณอายุ 18 ปี